ค้นหา

ความจริง 13 พฤศจิกายน 2018 เวลา 12:54 น.















พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราขอกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


กาลครั้งหนึ่ง

พระองค์ทรงตรัสกับเราว่า

"จงขึ้นมาข้างบนนี้เถิด

พระบิดาจะสำแดงให้ลูกเห็น

เหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้"


เมื่อเราก้าวขึ้นไปตามพระดำรัส

เราแลเห็นพระบัลลังก์ที่ประทับ

ซึ่งมีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในสวรรค์

โดยมีองค์จิตจักรวาล

ที่บุตรของพระองค์ทั่วทั้งอนันตจักรวาล

กล่าวถึงพระองค์ว่า "พระเจ้า"

ทรงประทับนั่งอยู่บนนั้น


พระองค์ทรงมีพระแสงรัศมี

แวววาวดั่งประกายเพชรและทับทิมแดง

ทั้งยังมีพระแสงสายรุ้งสีเขียวมรกต

ล้อมรอบพระบัลลังก์ของพระองค์อยู่


เรายังแลเห็นอีกว่า

รายรอบพระบัลลังก์ใหญ่ของพระองค์

ยังมีพระบัลลังก์อีก 24 องค์ล้อมอยู่รายรอบ

โดยบนพระบัลลังก์แต่ละองค์เหล่านี้

มีท่านผู้อาวุโสสวมเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์

ซึ่งมีมงกุฏทองคำอยู่บนศีรษะ

จำนวนทั้งสิ้น 24 รูปธรรม

ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์เหล่านั้นด้วย


พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย


ท่านผู้อาวุโสทั้ง 24 พระองค์เหล่านี้

เป็นจิตจักรวาลดวงเล็ก

ที่องค์จิตจักรวาลดวงใหญ่คือพระบิดา

เคยมีพระบัญชาให้เสด็จลงมาจุติ

เป็น #พระบุตรเอก บนโลกเสรีนี้

ในต่างยุคต่างสมัยกัน


เพื่อให้ทำหน้าที่กล่าวพระโอวาท

ในพระนามแห่งพระเจ้า

ต่อพี่ๆ น้องๆ ชาวโลกเสรีนี้

ในบทบาทของมนุษย์


โดยเป็นพระศาสดาที่พระเจ้าทรงแต่งตั้ง

เพื่อให้นำเอา #อนุตรธรรม ชั้นสูง

ที่พระศาสดาของโลกทั้งหลาย

ไม่อาจเข้าถึงสัจธรรมระดับสูงสุดนี้ได้

เข้ามาบอกกล่าวให้มนุษย์โลกเสรี

ได้เรียนรู้และรับรู้ความจริง

ที่มนุษย์ไม่เคยรู้ว่าตนไม่รู้และต้องรู้


เนื่องจากจิตปัญญา

ในเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์

ซึ่งเป็นคนสองมิตินั้น

ถูกสร้างให้มีข้อจำกัดอยู่

ไม่สามารถเข้าถึงสัจธรรม

ระดับอนุตรธรรมที่ว่านี้ได้นั่นเอง


พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย


บริเวณตรงหน้าพระบัลลังก์พระบิดา

เราแลเห็นเป็นทะเลใสดุจแก้วผลึก

ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสนามพลังงานบริสุทธิ์

อันเป็นคุณสมบัติแห่งพระเจ้านั่นเอง


สิ่งที่เราเห็นลำดับต่อมาก็คือ

ตรงกลางและรอบๆ พระบัลลังก์

อันเป็นที่ประทับของพระบิดานั้น

ยังมีสิ่งมีชีวิต 4 รูปธรรม

ซึ่งมีตาเต็มตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ที่อยู่ตรงกลางและรอบๆ พระบัลลังก์


เราขอกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า

ทะเลใสดุจแก้วผลึกที่เราเห็นนั้น

ก็คือสนามพลังงานแห่งเอกภพ

ที่พระบิดาทรงกำหนดสร้างขึ้นไว้

โดยมีดาวโลกเสรีเป็นหนึ่งในนั้น


ส่วนสิ่งมีชีวิต 4 รูปธรรม

ซึ่งมีตาเต็มตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ที่อยู่ตรงกลางและรอบๆ พระบัลลังก์นั้น

เราหมายถึงศีรษะของมนุษย์ทุกคน

ที่อยู่ใต้พระบัลลังก์ของพระองค์นั่นเอง


โดยสัตว์ทั้ง 4 รูปธรรม

ซึ่งพระบิดาประทับอยู่เบื้องบนนั้น

หมายถึงสมองของมนุษย์แต่ละคน

ที่เปรียบความฉลาดไว้กับสัตว์ 4 ชนิด

กล่าวคือ


ผู้มีชีวิตรูปธรรมแรกคล้ายสิงโต

เราหมายถึงอำนาจทางปัญญา

ของสมองซีกขวาของมนุษย์

ที่มีความเฉลียวฉลาดดุจดั่งสิงโตเจ้าป่า

ซึ่งฉลาดในระดับที่เป็นผู้นำของสัตว์ได้

โดยผู้ที่จะเข้าถึงความฉลาดระดับนี้ได้

จักต้องรู้วิธี "กดปุ่ม" ใช้งานเท่านั้น

เพราะมันมิใช่สมองระบบอัตโนมัติ


ผู้มีชีวิตรูปธรรมที่สองคล้ายโค

เราหมายถึงอำนาจทางปัญญา

ของสมองส่วนท้ายทอยของมนุษย์

ที่มีความฉลาดในระดับสัญชาตญาณ

ซึ่งสัตว์ประจำโลกทั้งหลายมีใช้กันอยู่

ส่วนใหญ่ใช้เพื่อความอยู่รอด


ผู้มีชีวิตรูปธรรมที่สาม

รูปธรรมนี้มีใบหน้าเหมือนมนุษย์

เราหมายถึงอำนาจทางปัญญา

ของสมองซีกซ้ายของมนุษย์นี่แหละ

ซึ่งพระบิดาทรงติดตั้งไว้ให้ใช้

เป็นระบบอัตโนมัติมาตั้งแต่สามขวบ

โดยทรงให้ใช้ฟรีทุกคน


ส่วนผู้มีชีวิตรูปธรรมที่สี่

คล้ายอินทรีกำลังบิน

เราหมายถึงอำนาจทางปัญญาขั้นสูงสุด

ที่ต่อมไพเนียลกับต่อมพิทูอิทารี่

จักต้องสั่นสะเทือนร่วมกันกับสมองทั้งระบบ

ด้วยคลื่นความถี่สูงสุดระดับ "คอสมิค"

ในสภาวะจิตที่เป็นสุญญตา 100%


กลไกสมองระดับสูงสุดนี้

มนุษย์โลกทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้

เพราะพระบิดาทรงติดตั้งเอาไว้

ในเครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์

เฉพาะพระบุตรเอกผู้มากล่าวพระโอวาท

ในพระนามของพระองค์เป็นพิเศษ

ในช่วงเวลาสำคัญเป็นพิเศษ

เพื่อใช้เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร

เพื่อการสนทนากับพระเจ้า

ซึ่งเป็นกระบวนการสื่อสารทางจิต

ในระบบจิตสู่จิตที่เป็นแนวดิ่ง

เรียกว่า Vertical Telepathy เท่านั้น


โดยพระจิตวิญญาณของพระบุตรเอก

จักต้องถือเอาคุณสมบัติพิเศษนี้

ติดตัวมาจุติเป็นมนุษย์ด้วย

มิเช่นนั้นจะสนทนากับพระเจ้า

ที่อยู่นอกอนันตจักรวาลหรือเอกภพ

เพื่อกล่าวพระโอวาทกับมนุษย์โลกมิได้


พี่ๆ น้องๆ ที่รักทั้งหลาย


รูปธรรมมีชีวิตทั้ง 4

อันหมายถึงความฉลาดของสมอง

ซึ่งมีทั้งหมด 4 ระดับที่เรากล่าวมานั้น


ต่างยังมีปีก 6 ปีก

มีตาอยู่รอบตัวและอยู่ใต้ปีกด้วย


เราหมายถึง

สมองทั้ง 4 ระดับของมนุษย์

ซึ่งเป็นดั่งพระบัลลังก์

ที่พระบิดาทรงประทับนั่งอยู่ข้างบนนี้

จะถูกขับเคลื่อนด้วยดวงจิตธรรมญาณ

ซึ่งเป็นรูปธรรมทางพลังงาน

ที่มีรูปลักษณ์เป็นรูปทรงเรขาคณิต

จำนวนทั้งสิ้น 6 เหลี่ยมมุม

อันหมายถึงมีปีก 6 ปีก นั่นเอง


นอกจากนั้น

รูปธรรมที่มีชีวิตทั้ง 4

อันหมายถึงความฉลาดของสมอง

ทั้งระบบของมนุษย์ที่ว่ามานี้

ยังมีตาอยู่รอบตัว

อันหมายถึงมีกลไกอายตนะทั้ง 6

คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และจิต

ทำหน้าที่ร่วมกันอีกต่างหากด้วย


พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย


ที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้

เป็นอนุตรธรรมความจริงที่เรารู้เห็นมา

ซึ่งเราปรารถนาอย่างแรงกล้า

ที่จะนำมากล่าวต่อท่านให้ได้รู้

ก่อนพระบิดาจะทรงพิพากษาโลก

คาบสุดท้าย ใน 56 วัน 8 ราตรี


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

13-11-2018

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว