ค้นหา

คำสอน 10 กุมภาพันธ์ 2016 เวลา 02:51 น.












เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า


ความต้องการที่จะประสบผลสำเร็จ

หรือ "อยาก" จะประสบความสำเร็จนี้

เป็นอีกหนึ่ง "ความอยาก"

ที่สามารถจะเป็นจุดอ่อนของท่าน

ให้มารชักพาหลงทางได้อีกจุดหนึ่ง


ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า

ถ้าพิจารณาแต่คำตรงๆ

คือ "อยากสำเร็จ" หรือว่า "อยากชนะ"

ท่านก็อาจแลไม่เห็นข้อพิรุธของจิต


เพราะใครๆ ก็รู้ว่า

ความสำเร็จหรือชัยชนะนั้น

มันเป็นของต้องประสงค์ของคนส่วนใหญ่

ใครๆ ก็ปรารถนาด้วยกันทั้งสิ้น


เราจึงขอกล่าวความจริง

เพื่อขยายความต่อท่านทั้งหลายว่า


ในมิติโลกทางกายภาพนั้น

ทุกสรรพสิ่งทุกเรื่องราว

ล้วนมีให้มองให้พินิจพิจารณากัน

อย่างน้อย 2 ด้านที่ตรงข้ามกันเสมอ

เช่น ดีกับชั่ว ชนะกับแพ้

สำเร็จกับล้มเหลว เป็นต้น

รวมทั้ง "อยากกับไม่อยาก" ด้วย


กรณี "อยากสำเร็จ" ก็เช่นกัน

สิ่งตรงข้ามก็คือ "ไม่อยากล้มเหลว"

ความไม่อยากล้มเหลว

เสมอกับ "กลัวว่าจะไม่สำเร็จ" นั่นเอง


ท่านรู้หรือไม่ว่า ถ้าจิตของท่าน

สั่นสะเทือนเป็น "อยากสำเร็จ" หรืออยากชนะ

มันคือการสั่นสะเทือนทางด้านบวก


เมื่อจิตมีคุณสมบัติทางด้านบวกคือด้านดี

จิตก็ย่อมขับเคลื่อนกระบวนการคิดของสมอง

ไปทางด้านบวก คือ การคิดบวก

เมื่อจิตกับสมองสั่นสะเทือนร่วมกันด้านบวก

ท่านก็จะแสดงพฤติกรรมด้านบวกออกมา

เป็นกายกรรมหรือวจีกรรมที่พึงประสงค์ในที่สุด


ในทางกลับกันกับที่กล่าวมา

ถ้าหากว่าท่านมีจริตเป็นลบ

โดยเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเป็นทุนอยู่แล้ว

ในเรื่อง "การอยากสำเร็จ" นี้

มันก็จะเปลี่ยนแปรไปเป็น "กลัวล้มเหลว"

หรือว่า "กลัวจะไม่สำเร็จ" แทน


ท่านรู้หรือไม่ว่า ถ้าจิตของท่าน

สั่นสะเทือนเป็น "กลัวจะล้มเหลว"

หรือว่า "กลัวจะไม่สำเร็จ"

มันคือการสั่นสะเทือนของจิตทางด้านลบ

ท่านก็จะแสดงพฤติกรรมด้านลบออกมา

เป็นกายกรรมหรือวจีกรรมที่ไม่เหมาะสม


พฤติกรรมทางกายที่ไม่เหมาะสม

มักอยู่ในรูปของ "วิชามาร" นั่นแหละ

เช่น เอาเปรียบ เบียดเบียน ฉ้อฉล ฯลฯ

ส่วนวจีกรรมที่ไม่้เหมาะสมนั้น

คงหนีไม่พ้น "การโกหก" ปลิ้นปล้อน

ตลบแตลง การพูดไม่ตรง ฯลฯ


พฤติกรรมด้านลบเหล่านี้

ล้วนมีสาเหตุมาจากความไม่อยาก

ที่แสดงออกมาจาก "ความกลัว" ทั้งสิ้น


ถ้าท่านแสดงพฤติกรรมด้านลบ

จากสภาวะจิตด้านลบเช่นนี้

เท่ากับว่าท่านได้กระทำผิดบาป

ต่อจิตวิญญาณของท่านเองแล้ว

มันจะถูกบันทึกรหัสเป็น "บุรพกรรม"

หรือที่ท่านรู้จักกัน

ในนามวิบากกรรมนั่นเอง


หากยังมีวิบากกรรมค้างคาให้ต้องแก้ไข

แล้วจะกลับบ้านในสภาวะนิพพาน

ได้อย่างไรกันล่ะ....


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

10-2-2016

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว