ค้นหา

คำสอน 11 สิงหาคม 2016 เวลา 04:09 น.












เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

ถ้าพบลูกหลาน ลูกน้อง หรือลูกศิษย์ของท่าน

มีพฤติกรรมบางสิ่งบกพร่องให้ได้รู้เห็นแล้ว

หากท่านต้องการจะแก้ไขพฤติกรรมนั้นๆ ของเขา

ก็จงอย่าคิดที่จะ "เกา" ลงตรงพฤติกรรมนั้นเลย

เพราะราจะบอกต่อท่านว่ามันไม่ได้ผลหรอก


ตัวอย่างเช่น

พฤติกรรมการเห็นแก่ตัวของใครบางคน

จักเป็นพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่ในสังคมนั้น

ตั้งข้อรังเกียจรังงอนไม่อยากคบหาเสมอ


ถ้าคนที่มีนิสัยเห็นแก่ตัวนั้น

เป็นลูกน้องคนหนึ่งในทีมของท่านแล้ว

ท่านก็มักจะมองว่า "การเห็นแก่ตัว" ของคนๆ นั้น

เป็น "ตัวปัญหา" อันน่ารังเกียจอย่างยิ่ง

ซึ่งท่านคิดว่าจะต้องจัดการมันให้ได้

เพราะมันทำให้ทีม #ขาดเอกภาพ นั่นแหละ


แต่เราจะกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า

แท้จริงแล้ว "ตัวปัญหา" ที่ต้องแก้ไขนั้น

มันมิใช่ #พฤติกรรมการเห็นแก่ตัว หรอก

ท่านจะมองปัญหานี้ด้วยสมองซีกซ้าย

คือมองแบบสมการเส้นตรงไม่ได้


พฤติกรรมการเห็นแก่ตัวที่ท่านเพ่งเล็งอยู่

มันเป็นเพียงภาพมายาที่ปรากฏให้เห็น

อันเกิดจากสาเหตุบางประการที่ซ่อนเร้นอยู่


ไม่ต่างจากการที่ท่าน "ท้องเสีย"

ท่านจะสรุปเอาง่ายๆ ว่า

อาการท้องเสียคือ "ตัวปัญหา" ที่ต้องแก้

ท่านจึงไปหายา "บังคับให้หยุดถ่ายท้อง" มากิน

ทั้งๆที่ตัวปัญหาที่แท้จริงก็คือ "เชื้อโรค"

ที่ท่านทานเข้าไปพร้อมอาหารต่างหาก


เมื่อท่านแก้ปัญหาผิดจุด คือ "เกาไม่ถูกที่คัน"

นั่นเท่ากับว่าท่านกินยาผิดชนิดแค่ให้หยุดถ่าย

แล้วกลายเป็นสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาแทน

นั่นคือการกักขังเชื้อโรคท้องร่วงเอาไว้

ให้มันแพร่กระจายอยู่ในกระเพาะและลำไส้มากขึ้น


ในด้านพฤตินิสัยของมนุษย์ก็เช่นกัน

เช่นกรณี "การเห็นแก่ตัว" นั้นก็ไม่แตกต่างจาก

กรณีที่ท่านกำลังเกิดอาการท้องเสียอยู่นั่นแหละ


ถ้าปัญหาท้องเสีย

มาจากมีเชื่้อโรคในกระเพาะ

ปัญหาการเห็นแก่ตัว

ก็มาจาก "จิตสามนึก" บกพร่องนั่นเอง


ถ้าท่านยังพยายาม #บังคับหรือจูงใจคน

ให้เลิกมีพฤติกรรมการเห็นแก่ตัวโดยทันทีกันอยู่

มันก็ไม่ต่างจากการที่ตัวท่านน่ะ

พยายามที่จะกินยา

บังคับระบบขับถ่ายให้หยุดถ่าย

ขณะที่ตัวปัญหาแท้จริงก็คือ

ตัวเชื้อโรคในกระเพาะ

กลับยังมิได้รับการใส่ใจ

ที่จะจัดการมันอยู่ดังเดิม

หมายถึง #ข้อบกพร่อง ของ "จิตสามนึก"

ยังถูกละเลยหรือมองข้ามมันไปโดยแท้


ดังนั้น

การจะแก้ไขพฤตินิสัย "เห็นแก่ตัว" ของคน

ชนิดที่เรียกว่า "เกาให้ถูกที่คัน" นั้น

ท่านจักต้องไปกระทำที่ #จิตสามนึก" เท่านั้น

โดยที่ตัวท่านเองจักต้องรู้ว่า

จิตตัวใดเป็นเหตุให้

เกิดพฤตินิสัยเห็นแก่ตัวกันแน่

แล้วก็แก้ไขมันที่ตรงนั้น


เราจะขอยกตัวอย่างกรณีเห็นแก่ตัวนี้ว่า

ความบกพร่องด้านจิตสามนึกนั้น

น่าจะมาจากสาเหตุดังนี้


1. เพราะบกพร่องด้าน "นึกออก" เช่น


#ยังจำได้ว่าเคยถูกเอาเปรียบมาก่อน

#เคยช่วยเหลือแบ่งปันคนอื่นแต่ถูกอกตัญญู

#เคยเดือดร้อนแต่ไม่มีใครยอมช่วยเหลือ


2. เพราะบกพร่องด้าน "นึกเอา" เช่น


#ด้านได้อายอด

#มือใครยาวสาวได้สาวเอา

#กลัวว่าจะจนกว่าคนอื่น

#อยากรวยเป็นเศรษฐีเร็วๆ


3. เพราะบกพร่องด้าน "นึกเอง"

เช่น ชอบคิดแทนคนอื่นที่เป็นด้านลบ

ประเภทมองโลกในแง่ร้ายเสมอ


#คนอื่นก็ต้องเห็นแก่ตัวกับฉันเหมือนกัน

#ยุคนี้ใครๆ ก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น

#กลัวคนอื่นจะหาว่าฉันโง่น่ะสิ


ที่เรายกตัวอย่างมานั้น

เป็นความบกพร่องของ #จิตสามนึก ทั้งสิ้น

โดยท่านจะเห็นได้ว่า

แค่เพียงการเห็นแก่ตัวของคนเท่านั้น

มันยังมีสาเหตุจากจิตสำ(สาม)นึกบกพร่อง

ตามที่เรายกมาอ้างอิงไว้ตั้งหลายอย่าง


เมื่อท่านพบว่า

สาเหตุแท้จริงของการเห็นแก่ตัวคืออะไรแล้ว

ท่านก็จะ #สร้างสามนึกใหม่ ที่ถูกต้องกว่า

ซึ่งเราเรียกรวมๆ ว่า "ปรับเปลี่ยนวิธีคิด"

ให้แก่บุคคลที่ต้องได้รับการแก้ไขนั้นได้

การเกาอย่างตรงที่คันมันจะต้องเป็นแบบนี้


โดย #ชาวยุวจิตจักรวาล ล้วนทราบดีว่า

การฝึกอบรมเพื่อยกระดับจิตปัญญา

และพัฒนาจิตสามนึก

ด้วยกระบวนการ #ไซโคโชว์ ของปริญญานั้น

ที่เปลี่ยนพฤติกรรมพวกเขาได้

โดยไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องจูงใจ

แต่ใช้หลักการแก้ไขตามที่เรากล่าวมาทั้งสิ้น


ใครที่เชื่อว่าพฤติกรรมขยะของมนุษย์แก้ไม่ได้

ก็โปรดอ่านทบทวนความรู้ใหม่ในบทนี้

สักหลายๆ เที่ยวหน่อยนะ

ท่านลองตรึกตรองดูหน่อยก็ได้ว่า

ที่มันแก้ไม่ได้ในอดีตที่ผ่านมานั้นเนื่องจากว่า


1. ใช้วิธีการแก้ไขไม่ถูกต้องหรือเปล่า

2. เกาไม่ถูกที่คันหรือเปล่า

3. ตั้งสมมติฐานผิดหรือเปล่า


ขออวยพรให้ท่านพบคำตอบไวๆนะ

เพราะในบทต่อไปนั้น

เราจะหันมากล่าวถึงเรื่องของ "จิตใต้สำนึก"

ที่เป็นความรู้ใหม่ซึ่งท่านไม่รู้ว่าไม่รู้กันต่อไป


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

11-08-2016

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว