ค้นหา

คำสอน 2 สิงหาคม 2016 เวลา 20:00 น.












พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย

เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายว่า

คนที่รู้ตัวว่าเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วเท่านั้น

ที่เขาจะนึกถึงหมอ


ต่างจากคนที่เราได้รู้เห็นแล้วว่าเขาป่วย

โดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันรู้เลยว่าตัวเองน่ะป่วย


คนจำพวกนี้จะไม่มีวันนึกถึงหมอ

คนจำพวกนี้จะไม่มีวันเชื่อหมอ

แม้หมอจะบอกให้รู้ว่าเขา "กำลังป่วย"


คนจำพวกนี้แม้ว่าเขาจะเดินสวนทางกันกับหมอ

แต่เขาก็จะไม่มีวันเห็นหมออยู่ในสายตา


คนพวกนี้แม้ว่าจะกำลังสนทนาอยู่กับหมอ

แต่พวกเขาก็จะไม่มีวันไถ่ถามหมอ

ถึงอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของเขา

หรือไถ่ถามถึงเรื่องสุขภาพของเขาเองเลย


ดังนั้น

คนที่ทุกวันนี้เขายังไม่รู้ว่าเขายังไม่รู้อะไรอยู่


คนที่ทุกวันนี้เขายังไม่รู้ว่าทำไมเขาจะต้องรู้

ในสิ่งที่ "ครู-ผู้รู้" เขานำมากล่าวสอนซ้ำย้ำให้ได้รู้


คนที่ทุกวันนี้เอาแต่อวดดี อวดรู้ ในสิ่งที่ตนพอรู้อยู่

โดยปิดตา ปิดหู ไม่ยอมเปิดใจรับฟังความรู้ใหม่

ที่ผู้รู้เขาเมตตาหยิบยื่นมาแบ่งปันให้


คนทั้งสามจำพวกนี้จึงมิต่างไปจาก


คนป่วยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วย

จึงแลไม่เห็นคุณค่าของหมอ

จึงมองไม่เห็นประโยชน์ของวิชาแพทย์ที่หมอมีอยู่


ต่อเมื่อเขาต้องล้มหมอนนอนป่วยเมื่อใดนั่นแหละ

คำว่า "คุณหมอขา" คุณ "หมา" ขอ...

ขอ...ความเมตตารักษาชีวิตให้ลูกหมาที

จึงจะเป็นความจริงได้


แต่ทว่า...เมื่อถึงเวลานั้น

มันจะสายเกินไปรึเปล่าเราก็มิอาจรู้


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

2-08-2016

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว