ค้นหา

คำสอน 27 กรกฎาคม 2016 เวลา 13:59 น.












พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย


การที่ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลอันไพศาลนี้

ต่างดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

ยาวนานผ่านมาร่วม 8 ล้าน 1 แสนล้านปีเศษแล้วนี้

ก็เป็นเพราะว่าทุกสรรพสิ่งดำรงอยู่

ด้วยกฎแห่งการสมดุลกันของทุกสรรพสิ่ง

อันหมายถึง "กฎแห่งการเป็นหนึ่งเดียวกัน" นั่นเอง


พวกท่านแต่ละคนที่ดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกัน

เป็นครอบครัว เป็นชุมชน เป็นสังคม เป็นประเทศ

ต่างก็เป็นสรรพสิ่งหนึ่งของพระบิดา

ที่จักต้องใช้กฎกติกาที่ว่านี้ด้วยเช่นกัน


เพราะธรรมชาติหรือธรรมะล้วนเป็นสากล

ไม่มีกฎข้อใดที่ใครๆหรือสรรพสิ่งใดจะละเว้นได้

ธรรมชาติรายรอบตัวท่านจึงเป็น "ธรรมะ"

ที่ท่านจะสามารถใช้เป็นแบบอย่าง

ในการดำเนินชีวิตได้อย่างแยบยล

ขึ้นกับว่าท่านจะเป็นคนช่างสังเกตได้ดีแค่ไหน

มีความสามารถในการใช้สติปัญญาระดับใด


ทุกวันนี้ในสังคมมนุษย์แห่งโลกเสรี

ไม่ว่าจะเป็นสังคมเล็กๆ หรือสังคมโลก

มักมีการขัดแย้งมีทะเลาะเบาะแว้งกันแทบทุกที่

มีการแบ่งพรรคแบ่งฝักฝ่ายกันแทบทุกสังคม


หนึ่งในสาเหตุของความแตกแยกร้าวฉาน

คือ การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

พยายามจะใช้ "อำนาจเหนือนำ" อีกฝ่ายหนึ่ง

เพื่อให้ได้มาในบางสิ่งที่ตนต้องการ

ในขณะที่ฝ่ายถูกก้าวล่วงจ้วงจาบ

ก็พยายามปกป้องอำนาจตนเองไว้จนสุดฤทธิ์

ด้วยการต่อสู้ ตอบโต้ และต่อต้านซึ่งกันและกัน

เพื่อพยายามที่จะใช้อำนาจให้เหนือกว่าบ้าง

เพื่อมุ่งเอาอำนาจของตนที่สูญเสียไปคืนมาบ้าง


หากท่านใดยังมีพฤติกรรมก้าวล่วงกันดั่งว่านี้อยู่

ท่านผู้นั้นก็จักเข้าถึงคุณสมบัติสำคัญแห่งนิพพาน

ด้วยสภาวะจิตใจที่ใสสวยยังไม่ได้


การใช้อำนาจเหนือนำผู้อื่นผิดบาปอย่างยิ่ง

เพราะปฏิบัติผิดกฎแห่งการสมดุลกันของจักรวาล

โดยพฤติกรรมที่ถูกต้องถ่องแท้ก็คือ

ท่านทั้งหลายจักต้องไม่ใช้อำนาจของท่าน

ไปจัดการผู้อื่นให้สูญเสียเสรีภาพอิสรภาพ

ในการคิด เห็น เป็น ทำ สิ่งใดๆ ไปตามใจท่าน

แทนที่จะเป็นไปตามที่ใจเขาเองต้องการ

ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ก็ตาม


นอกจากนั้นการต่อสู้เพื่อมุ่งเอาชนะกัน

ด้วยการใช้อำนาจตนทำลายอำนาจฝ่ายตรงข้าม

ถ้าการทำลายอำนาจผู้อื่นนั้นประสบความสำเร็จ

ด้วยการเอาชนะคะคานเขาได้จริงๆ

มันก็จะเป็นชัยชนะที่ไม่แท้จริงไม่จีรังยั่งยืน


เนื่องจากฝ่ายชนะจะฝากรอยแค้นไว้ให้ผู้แพ้เสมอ

ในสักวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว

การแก้แค้นทวงอำนาจคืนตามกฎแห่งการสมดุลกัน

มันก็จะต้องเกิดขึ้นอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วชีวิตพวกท่าน

จะเข้าถึงความสุขสงบได้แน่หรือ

กรรมใดที่ก่อเวรไว้จะระงับได้

ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายหยุดการจองจำกันเท่านั้น


พวกท่านจึงควรรู้ว่า

หากท่านปรารถนาที่จะมีอำนาจแท้จริง

ท่านก็ควรก้มหน้าลงมามองที่ตนเองไว้

โดยให้มองลึกเข้าไปข้างในแล้วท่านจะพบว่า

อำนาจในตนเองที่ท่านมีอยู่นั้น

มันมีตั้งมากมายหลายสิ่งที่ค้นหาได้ง่ายๆ

ง่ายกว่าไปดิ้นรนหาเอาจากภายนอก

ด้วยวิธีทำลายอำนาจผู้อื่น กดขี่ข่มเหงผู้อื่น

เพื่อแลกกับการก่อเวรเกี่ยวกรรมกันอยู่ร่ำไป

จนมิอาจนำพาจิตวิญญาณตนเองให้หลุดพ้นได้

ซึ่งเป็นแบบนี้กันมานับภพชาติไม่ถ้วนแล้ว


ดังนั้น

จงค้นหาอำนาจในตนเอง 6 ประการเหล่านี้สิ

ควานหามันให้พบเพราะมันอยู่ในตัวท่าน

แล้วเรียนรู้ที่จะนำมันออกมาใช้ประโยชน์

เพื่อสร้างคุณค่าให้ตนเองในทัศนะของผู้พบเห็น

ผ่านการรักเพื่อให้

ผ่านการให้เพื่อได้ให้

ผ่านการได้ให้เพื่อความปิติสุขในตนเอง

พลังอำนาจเหล่านี้

พร้อมให้ท่านเข้าถึงมันอยู่แล้วดังนี้


1. ความฉลาดทางปัญญา

2. ความฉลาดทางอารมณ์

3. ความสามารถพิเศษเฉพาะตน

4. ความแข็งแรงสมบูรณ์ทางกายภาพ

5. ความอดทน อดกลั้น

6. ความรักและเมตตา


ขอทุกท่านจงมีความสุขกับอำนาจทั้ง 6

เพื่อสร้างสุขสมดุลในชีวิตตนเองและสังคมโลกเถิด

ความเป็นหนึ่งเดียวกันของพวกท่าน

จะสร้างสรรค์สมดุลโลกเสรีนี้ได้

ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ...


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

27-07-2016

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว