ค้นหา

คำสอน 28 พฤษภาคม 2016 เวลา 04:49 น.












พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย

การเดินทางคืนกลับบ้านเกิดของจิตวิญญาณ

โดยไม่เป็นสรรพสิ่งหนึ่งซึ่งดำรงอยู่ในเอกภพอีก

หมายถึง "การนิพพานทางจิตวิญญาณ" นั่นเอง


บ้านเกิดของจิตวิญญาณ

ผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ในการเป็นมนุษย์ของท่านนั้น

เป็นดินแดนที่มีอยู่จริงนอกระบบเอกภพ


เป็นดินแดนของผู้อิ่มเอิบอยู่กับความว่าง

หรือดินแดนแห่งสุญตา


โดยผู้อิ่มเอิบอยู่กับความว่าง

ก็คือตัวตนภาคแรกที่สูงส่งของท่าน

นามว่าจิตจักรวาลดวงเล็ก

ซึ่งมีรูปลักษณ์เป็น 11 เหลี่ยมมุมนั่นเอง


การที่ดวงจิตวิญญาณของท่านทั้งหลาย

สามารถเข้าถึงสภาวะนิพพานทางจิตวิญญาณ

แล้วหลุดพ้นออกไปจากระบบเอกภพได้นั้น

จักต้องมีพลังอำนาจหรือบารมีมากพอ


ซึ่งมันจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ

จิตวิญญาณสามารถดีดตนเองออกไปจากเอกภพ

เพื่อหนีแรงดึงดูดเหนี่ยวรั้งออกไปได้เท่านั้น


คุณสมบัติของจิตวิญญาณของท่าน

ที่จะสามารถหลุดพ้นด้วยการกลับออกไป

จากระบบโลกและเอกภพนี้ได้

หากมองในศาสตร์เมต้าฟิสิกส์แล้ว

ก็สามารถระบุคุณสมบัติสำคัญได้ดังนี้ คือ


1. จิตวิญญาณของท่าน

จะต้องมีน้ำหนักมวลรวมทั้งรูปธรรม

ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเท่านั้น


เพราะน้ำหนักมวลในพิกัดเท่านี้

มันไม่เกินกำลังที่จิตวิญญาณของท่าน

จะดีดตนเองหนีออกไปจากระบบได้


เนื่องจากตอนที่เข้ามาเกิดเป็นมนุษย์ในภพชาติแรก

ดวงจิตวิญญาณของท่านก็มีน้ำหนักมวลเท่านี้


**ถ้าท่านต้องการทำให้น้ำหนักมวล

ของตัวตนแก่นแท้ของท่านมีน้ำหนักไม่เกินพิกัดนี้

ท่านก็จะต้องไม่ก่อกรรมใหม่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน

อีกทั้งจักต้องแก้ไขกรรมเก่าที่จิตวิญญาณถือติดตัวมา

ด้วยการสอบผ่านทุกบททดสอบรายวันให้จงได้


2. จิตวิญญาณของท่านจะต้องมีพลังอำนาจบารมี

จากการสั่นสะเทือนภายในตนเอง

ให้สูงสุดทางด้านบวกเท่าที่จะเข้าถึงได้

เพราะอำนาจด้านบวกนี่แหละ

ที่จะฉุดช่วยนำพาแก่นแท้ของท่านให้หลุดพ้น


**ถ้าท่านปรารถนาจะสร้างพลังอำนาจบารมี

ให้แก่จิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้ของท่าน

มีหนทางเดียวเท่านั้นที่ท่านสามารถกระทำได้

ก็ด้วยการหมั่น "สั่งสมบุญกุศล" ให้เกิดปีติที่ในใจ

โดยต้องปฏิบัติให้ได้เป็นประจำ

และจงกระทำให้ได้จนเป็นนิสัย


ท่านทั้งหลายจักต้องระลึกเสมอว่า

ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลนี้นั้น

การสั่นสะเทือนเป็นที่มาแห่งพลังอำนาจเสมอ


จิตวิญญาณของท่านก็เช่นกัน

หากภายในรูปธรรมที่เป็นกล่องพลังงาน

สั่นสะเทือนตนเองเป็นคลื่นความถี่สูงด้านบวกได้

พลังอำนาจทางจิตวิญญาณนั้นก็จะสูงตามไปด้วย


3. จิตวิญญาณของท่าน

จักต้องมีทิศทางและเป้าหมายเพื่อการหลุดพ้น

โดยท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า

เมื่อทิ้งกายสังขารหลังบรรลุการนิพพานดิบได้แล้ว

จิตวิญญาณของท่านจะกลับบ้านไปในทิศทางใด

และปลายทางที่จะไปนั้นอยู่ตรงไหนของจักรวาล


**ถ้าท่านปรารถนาที่จะเข้าถึงเงื่อนไขนี้ให้ได้

ก็มีอยู่หนทางเดียวคือท่านต้องเรียนรู้ผ่านทางเรา

และต้องรับเอาพระบิดาแห่งจิตวิญญาณไว้เป็นที่หมาย

เมื่อจบสิ้นอายุขัยหรือล้มตายลง

จิตวิญญาณของท่านก็จะพุ่งผ่านออกไปจากเอกภพ

ตามทิศทางและเป้าหมายที่จิตกำหนดรู้อยู่นั่นเอง


ดังนั้น

คนที่ยังจดจำพระบิดาแห่งจิตวิญญาณตนเองไม่ได้

คนที่ปฏิเสธองค์จิตจักรวาลหรือพระผู้เป็นเจ้า

คนที่ต่อต้านองค์ความรู้ใหม่และข่าวสารจากเรา


ล้วนเป็นคนที่ขาดการติดต่อกับจักรวาลโดยสิ้นเชิง

เพราะขาดเป้าหมายทางจิตวิญญาณที่ชัดเจน

ตามที่เราระบุไว้ในข้อ 3. นี้นั่นแหละ


เราจึงจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายเอาไว้ว่า

ถ้าท่านไม่สามารถเข้าถึงคุณสมบัติทั้ง 3 ข้อนี้ได้

แม้ท่านจะปรารถนาการหลุดพ้นมากแค่ไหน

ท่านก็มิอาจบรรลุมรรคผลตามต้องการได้แน่นอน


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

28-05-2016

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว