ค้นหา

คำสอน 28 มิถุนายน 2016 เวลา 05:28 น.












ท่านทั้งหลายได้รู้แล้วว่า....

การทำความดีงามใดๆ แล้วหวังสิ่งตอบแทน

หรือการทำความดีงามเพื่อหวังเอาหน้านั้น


"พลังจิตใต้สำนึก" อันเป็นเครื่องมือของจิตวิญญาณ

จะเป็นผู้แสวงหาบำเหน็จรางวัลที่ท่านต้องการ

มาตอบสนองต่อตัวท่านเสมอ

โดยจะใช้พลังอำนาจที่ตนมีอยู่

ไปดึงดูดเหนี่ยวรั้งสิ่งนั้นมาให้

แม้ว่าสิ่งที่ท่านต้องการนั้นมันจะเป็นสิ่งที่

ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่ดีงามก็ตาม

เพราะ "จิตใต้สำนึก" คิดเองไม่เป็นแยกแยะไม่ได้ว่า

ไหนดีไหนชั่ว ไหนถูกไหนผิด

มีหน้าที่ทำตามความต้องการของจิตหยาบเท่านั้น


ดังนั้น

ถ้าท่านกระทำสิ่งใดแล้วหวังสิ่งตอบแทน

ก็เท่ากับว่าท่านได้สั่งจิตใต้สำนึกของท่าน

ให้กระทำการใดๆ ในมิติแห่งจิต

เพื่อตอบสนองความต้องการของท่านนั่นเอง

แม้ท่านจะไม่รู้ตัวว่าท่านได้กระทำเช่นว่านี้เลยก็ตาม


ท่านจะต้องรับรู้รับทราบเอาไว้ด้วยว่า

กฏของสรรพสิ่งในจักรวาลอันไพศาลนี้ข้อหนึ่ง

คือ "กฎแห่งการสมดุลของสรรพสิ่ง"


เมื่อท่านเหวี่ยงสายธารแห่งพลังจิตใต้สำนึกออกมา

เพื่อที่จะนำบำเหน็จที่ท่านต้องการมาให้ตนเองนั้น

พลังอำนาจทางจิตวิญญาณของท่านก็จะถูกใช้ไป

หากท่านประพฤติตนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

พลังอำนาจทางวิญญาณของท่านก็จะถดถอยลง

เนื่องจากใช้พลังออกไปเพื่อการนี้แล้ว

จิตวิญญาณของท่านจะไม่ได้รับพลังงาน

เพื่อเติมเต็มส่วนที่สูญเสียไปกลับคืนมา


สาเหตุเพราะท่านมัวแต่ยินดีมีสุขกับบำเหน็จทางโลก

ซึ่งเป็นรางวัลที่ท่านได้ให้แก่เครื่องยนต์แห่งกรรม

ที่มันมีแต่จะรอวันจบสิ้นอายุขัยแล้วตายไปเท่านั้น


ทุกวันนี้มนุษย์ส่วนมากที่ด้อยทางปัญญา

ที่มีอายุขัยสั้นลงๆ เรื่อยๆ และแก่เร็วกว่าวัยอันควร

ล้วนมีสาเหตุจากการขาดพลังทางจิตวิญญาณทั้งสิ้น


นอกจากนั้นถ้าท่านยังเป็นอีกผู้หนึ่ง

ซึ่งใช้กิเลสตัณหาและอารมณ์

เป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรม

ในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยแล้ว

พลังจิตใต้สำนึกของท่านก็จะยิ่งเสื่อมถอยเร็วขึ้น

เพราะท่านไปแทรกแซงกระบวนการของพระเจ้า

ด้วยการตัดทอนกระบวนการเชื่อมโยงระหว่าง

จิตวิญญาณของท่านกับพระบิดาแห่งจิตวิญญาณ

ให้ขาดสะบั้นลงอย่างไม่น่าให้อภัย

พวกท่านจึงนำพาจิตวิญญาณสู่การหลุดพ้นไม่ได้

แม้จะเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับหมื่นภพชาติก็ตาม


ท่านจะต้องรู้ว่า

พลังอำนาจจากจิตใต้สำนึกของท่านนั้น

เมื่อมีการใช้ไปแล้วมันจะต้องมีการเติมเต็มเสมอ

มิฉะนั้นเมื่อท่านจบสิ้นภพชาตินี้แล้ว

จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่านก็จะมีปัญหาใหญ่มาก

เพราะเมอร์คขะบาห์พาหนะของจิตวิญญาณน่ะสิ

เขาจะไร้เรี่ยวแรงเหมือนคนป่วย

จะเคลื่อนไหว จะย้ายที่อยู่ จะเปลี่ยนรูปร่าง

หรือจะดีดตนเองออกไปนอกระบบเอกภพ

เพื่อการหลุดพ้นไปสู่แดนสุญตาหรือแดนนิพพาน

แก่นแท้ของท่านก็จะทำไม่ได้


ตายตรงไหน จิตวิญญาณก็จะถูกจองจำอยู่ตรงนั้น

จะไปสู่สุคติภพก็เดินทางไปไม่ได้เพราะไร้พลัง

ถ้าผ่านการชำระจิตวิญญาณในนรกแล้ว

เมื่อได้โอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก

ก็จะมาจุติในชนชั้นที่ต่ำกว่าเดิม

จะมีชีวิตที่ทุกข์ยากลำบากกว่าเดิม


ถ้าท่านทำดีโดยไม่หวังบำเหน็จตอบแทน

จะยังผลให้จิตวิญญาณของท่าน

สั่นสะเทือนเป็นหนึ่งเดียวกันกับจิตสำนึก

แล้วใช้คลื่นพลังแห่งจิตใต้สำนึกนี่แหละ

น้อมนำเอาคุณสมบัติของจิตสำนึกของท่าน

ในการนึกดี คิดดี และทำดี ด้วยจิตที่เป็นกุศล

เดินทางตรงขึ้นสู่เบื้องบนไปกราบพระบิดา

เพื่อถวายรายงานการทำความดีงามด้วยตนเอง

แล้วรับบำเหน็จอันล้ำค่าจากพระหัตถ์

นำกลับคืนมาสู่จิตวิญญาณของท่านต่อไป


นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า "การเติมเต็ม"

และเรียกสิ่งที่พระองค์ประทานให้มาว่า "เสบียงพลัง"


เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลายไว้ว่า

แบตเตอรี่ในรถยนต์จะมีพลังไฟเต็มหม้ออยู่ได้

ก็ต่อเมื่อท่านใช้มันในขณะที่ติดเครื่องยนต์เท่านั้น

เพราะมีการใช้ไปชาร์จไปเพื่อเติมเต็มไว้นั่นแหละ

ตัวท่านก็เช่นกันอย่าทำให้ไฟลัดวงจรเด็ดขาด


ในตอนต่อไป...

เราจะกล่าวถึงคนที่ใช้วิธีสั่งจิตวิญญาณตนเอง

ให้ไปแสวงหาบำเหน็จใดๆ ที่ตนต้องการมาให้

โดยไม่กระทำผ่านจิตสำนึกตามวิถีธรรมชาติว่า

ควรไม่ควร ดีไม่ดี เหมาะไม่เหมาะอย่างไร

เพราะขณะนี้มีผู้คนหลั่งไหลไปทางนี้กันมาก


หากใครปรารถนาจะให้เรากล่าวต่อ

ก็ขอให้ชูมือขึ้นอีกข้าง แล้ววางมือข้างที่เคยชูลง

เพราะชูอยู่ข้างเดียวเดี๋ยวจะพาลเมื่อยเอาน่ะสิ


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

28-06-2016

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว