ค้นหา

คำสอน 30 สิงหาคม 2018 เวลา 01:28 น.












Cjw Surin

กราบเรียนถามท่านอาจารย์ กรรมชนิดใดที่ทำให้เราต้องไปรับผลในนรก และการรับกรรมนั้นจะยาวนาน หรือหนักเบาขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง


มีวิธีการใดบ้างที่จะรับกรรมที่โลกมนุษย์ แทนการไปรับกรรมที่นรก?


#Answer:


พี่ๆ น้องๆ ที่รักแห่งเราทั้งหลาย เราจะกล่าวความจริงต่อท่านทั้งหลาย เพื่อทำความเข้าใจผิดให้กระจ่างว่า


#ภพภูมินรก มิใช่ดินแดนที่ จิตวิญญาณของผู้กระทำผิดบาปทั้งหลาย ถูกส่งให้ลงไปเกิดไปกองกันอยู่ที่นั่น เพื่อกักขังจองจำไว้ให้ไร้ซึ่งอิสรภาพ โดยถูกส่งไปลงโทษเพื่อให้ได้รับทุกข์ทรมาน ประหนึ่งว่าจิตวิญญาณนั้นๆ เป็น #ผู้ต้องโทษ หรือ #ผู้ต้องขัง


ซึ่งความเชื่อที่เหลวไหลไร้สาระนี้ เกิดจากมีผู้พยายามนำเอาความจริงบางส่วน ที่เป็นเรื่องราวในแดนนรก ยกเอามา "ขาย" ให้เกิด "ความกลัว" เพื่อหวังจะให้ผู้คนละเลิกการทำชั่ว เพราะความขลาดกลัวที่จะตกนรก จึงยังผลให้มนุษย์เชื่อผิดเข้าใจผิดมาตลอด


ดังนั้น เราจึงขอกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า


1. การไปลงนรกของจิตวิญญาณนั้น มิใช่เป็นการส่งลงไปเพื่อ #รับผลกรรม ที่ท่านได้กระทำผิดบาปไว้ ในตอนที่ได้รับโอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์


2. เพราะภพภูมินรก เป็นสถานที่ซึ่งองค์จิตจักรวาล พระบิดาแห่งจิตวิญญาณของท่านทั้งหลาย ทรงกำหนดสร้างขึ้นไว้ในระบบโลก แต่อยู่ในมิติทางพลังงานด้านของจิตวิญญาณ ทั้งนี้ก็เพื่อจะให้ "นรก" เป็นสถานที่สำคัญ อันปรียบได้ดั่ง #โรงพยาบาล ทางจิตวิญญาณ ที่บุตรทั้งหลายจักได้ประโยชน์ยิ่ง


ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า มนุษย์โลกทุกคนล้วนเป็นคนสองมิติ คือ มีทั้งมิติทางกายหยาบกับมิติทางวิญญาณ ที่สามารถเกิดการเจ็บป่วยได้ทั้งสองมิติ


ถ้ากายสังขารหรือกายหยาบเจ็บป่วย พระบิดาก็ทรงอนุญาตให้ส่งไปโรงพยาบาล เพื่อทำการบำบัดรักษาเยียวยากายสังขาร โดยทีมแพทย์พยาบาลผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งเป็นจิตวิญญาณผู้ขันอาสาพระบิดาลงมา ปฏิบัติหน้าที่เป็น #ผู้พยาบาล อยู่บนโลกนี่เอง


เมื่อหายจากการเจ็บไข้ได้ป่วยดีแล้ว ก็จะออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน เพื่อกลับคืนสู่การเป็นมนุษย์ เพื่อทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมงานกับโลก ตามเงื่อนไขในพันธะสัญา 6 ต่อไป


ส่วนในด้านของจิตวิญญาณ ผู้เป็นตัวตนแก่นแท้ของการเป็นมนุษย์นั้น ก็มีโอกาสเป็นผู้เจ็บป่วยไม่สบายได้เหมือนกัน ในลักษณะของการเสียสมดุลทางวิญญาณ อันสืบเนื่องมาจากตอนที่เกิดเป็นมนุษย์นั้น จิตหยาบตกเป็น #ทาส ของกิเลสตัณหา จนถอนตัวไม่ขึ้น


จึงยังผลให้แรงสั่นสะเทือนทางจิตวิญญาณ ที่ปกติจะสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความรัก ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ด้านบวกสูงสุด ต้องถูกจิตหยาบเหนี่ยวรั้งให้เกิดอาการ "จิตตก" อันหมายถึงจิตวิญญาณถูก "คลื่นลบ" แทรก จนยังผลให้จิตวิญญาณเกิดการเสียสมดุล ต้องสั่นสะเทือนตามความถี่ของจิตหยาบไป โดยไม่สามารถที่จะยกระดับแรงสั่นสะเทือน กลับคืนสู่ความถี่ด้านบวกสูงสุดแต่เดิมได้ เพราะจิตหยาบจะคอยสั่นสะเทือนเป็นลบ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเพราะตกเป็นทาสกิเลส เสียจนโงหัวไม่ขึ้นนั่นแหละ


เมื่อทิ้งกายสังขารไปในวันตาย จิตวิญญาณผู้เป็นแก่นแท้ของมนุษย์ จึงติดเชื้อโรคหรือ "ขยะ" จาก "จิตหยาบ" ที่แพร่เชื้อเอาไว้ให้จนมีอาการสาหัส พระบิดาจึงเมตตาให้ส่งจิตวิญญาณท่านลงนรก เพื่อส่งเข้าไปบำบัดรักษาอาการป่วย โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ คือ #ท่านพระยายมบาล" ให้ช่วยปรับจิตวิญญาณกลับคืนสมดุลดังเดิม โดยใช้กุศโลบายสำคัญคือ #เจ็บแล้วจำอย่างสำนึก หมายถึงการใช้ความทุกข์ความเจ็บสร้างสำนึกให้ ถ้าสำนึกแล้วอาการเสียสมดุลนั้นๆ ก็จะหาย


ถ้าจิตวิญญาณที่ป่วยทั้งหลาย ไม่ถูกส่งลงไปบำบัดยังแดนนรก จิตวิญญาณนั้นก็จะมิอาจกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ เพราะจะเป็นตัวตนแก่นแท้ที่ไม่สมดุล จนมิอาจค้ำจุนด้านพลังงานไฟฟ้า ให้แก่เครื่องยนต์แห่งกรรมรูปธรรมมนุษย์ได้ ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะอ่อนแอ ขี้โรค อายุสั้น


3. พี่ๆ น้องๆ ที่รักทั้งหลาย เนื่องจากขณะนี้สิ้นยุคพลังงานเก่าแล้ว จิตวิญญาณของท่านต้องกลับบ้านให้ทัน ก่อนกาลปิดยุคพลังงานเก่าในคาบสุดท้าย ในช่วง 56 วัน 8 ราตรี คือในเร็วๆ นี้อีกไม่กี่ปีแล้ว


ในขณะที่ทุกวันนี้ มีจิตวิญญาณผู้ป่วยด้วยหลงมิติอยู่มากมาย จนต้องรอคิวเข้าไปบำบัดที่โรงพยาบาลในนรก ขณะที่ในนรกขุมต่างๆก็มีผู้ป่วยบำบัดอยู่จนล้น ถ้าไม่มีการบำบัดให้สมดุลโดยไว จิตวิญญาณนั้นก็กลับบ้านหรือหลุดพ้นไม่ได้


เพราะเหตุนี้เอง พระบิดาจึงทรงมีพระเมตตาให้ "เรา" สร้างกระบวนการ PsychoShow (ไซโคโชว์) ขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือชำระจิตตปัญญามนุษย์ ผู้ที่เป็นเหตุให้ตนเองต้องป่วยทางจิตวิญญาณ ให้ได้รับการบำบัดในขณะที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาจิตวิญญาณป่วยจนล้นนรก และเพื่อฉุดช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นได้ในวันตาย โดยมิต้องไปเสียเวลาให้วายวุ่นถึงในนรกอีก


เพราะกระบวนการ #ไซโคโชว์ เป็นกระบวนการที่สามารถกระตุกจิตหยาบ และกระตุ้นวิญญาณให้เกิดการสั่นสะเทือน เพื่อการสำนึกผิดด้วยจิตหยาบ เพื่อให้สำนึกบาปด้วยจิตวิญญาณ ในสถานการณ์จำลองที่ถูกสร้างเป็นเงื่อนไข ให้รู้จักรัก รู้จักให้ รู้จักคิด รู้จักแสดงออก อย่างมีสำนึกในบาปบุญคุณโทษ อย่างมีสำนึกในผิดถูกดีชั่วควรหรือไม่ควร อย่างเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องจูงใจ ไม่ต้องถูกลงโทษให้เจ็บจำเพื่อสร้างสำนึกใหม่ เหมือนอย่างวิธีที่ท่านยมบาลใช้กันอยู่ใน #นรก


กระบวนการไซโคโชว์เพื่อการชำระจิตปัญญา จึงมีบรรยากาศสนุกสนานไม่น่ากลัวอย่างในนรก มีเงื่อนไขชวนให้คิดอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล ยิ่งฝึกคิดบ่อยๆก็ยิ่งฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถหยิบปัญญาตนเองมานิพพานได้ เรื่องตกนรกนั้นจึงเป็นเรื่องที่ "ลืมไปได้เลย" นี่จึงเท่ากับว่าใครผ่านการอบรมจิตปัญญา ด้วยกระบวนการไซโคโชว์กับพระบิดาบนโลกนี้ จึงเสมือนหนึ่งเป็นสะพานนำพาท่านข้ามนรก ไปยังประตูมิติแห่งการหลุดพ้นตรงด่านนภาลัย เพื่อกลับคืนสู่สวรรค์นิรันดร ที่จิตวิญญาณแก่นแท้ของท่านจากมานั่นเอง


ในยุคของ #พระบุตรเอก เมื่ออดีตกาลผ่านมา จึงมิค่อยกล่าวถึงเรื่องราวของนรก ให้ท่านทั้งหลายต้องตื่นตกใจและขลาดกลัว เพราะถ้าท่านไม่บกพร่องด้านจิตสามนึก จนยังผลให้จิตวิญญาณตนเองเสียสมดุลแล้ว #สำหรับท่านแม้จะมีนรกมันก็เหมือนไม่มี เนื่องจากจิตวิญญาณไม่ป่วยไม่เสียสมดุลอะไร ยังจะไปกล่าวถึงโรงพยาบาลนรกกันทำไม


4. พี่ๆ น้องๆ ที่รักทั้งหลาย การที่จิตวิญญาณมนุษย์จักต้องไปนรกนั้น มิได้ขึ้นอยู่กับว่าก่อกรรมทำผิดบาปแบบไหน จึงต้องลงไปยังแดนนรก ก่อกรรมทำผิดบาปแบบไหนไม่ต้องไปลงนรก


คำถามทำนองนี้ เกิดจากการคิดเข้าใจผิดกันเองว่า การลงนรกคือการลงไปรับโทษบาปที่ตนก่อไว้ จนนำไปสู่คำถามที่ว่า ก่อกรรมทำบาปแบบไหนจะไม่ต้องไปลงนรก


ทั้งๆ ที่แท้จริงนั้น ไม่ว่าท่านจะทำผิดบาปหนักเบาแค่ไหน ถ้าเป็นเหตุให้จิตวิญญาณเสียสมดุลไปจากปกติ จนสั่นสะเทือนด้านบวกสูงสุดไม่ได้ จนถึงขั้นจิตวิญญาณเกิดอาการหลงมิติ ไปสั่นสะเทือนตามจิตหยาบที่เหลวไหลเข้าให้ ก็ต้องไปบำบัดขัดเกลากันในนรกทั้งสิ้น


พี่ๆ น้องๆ ที่รักทั้งหลาย เราขอกล่าวความจริงให้ท่านรู้ว่า


แดนนรกซึ่งเป็นโรงพยาบาลบำบัดจิตวิญญาณ ที่ป่วยด้วยอาการเสียสมดุลหรือหลงมิตินั้น จะแบ่งแบบหยาบๆได้เป็น 16 ระดับชั้น


#นรกชั้นที่หนึ่ง จะเป็นเขตบำบัดเบื้องต้น สำหรับจิตวิญญาณที่เสียสมดุลไม่มากนัก ซึ่งซ้อนทับกันอยู่กับมิติโลกของมนุษย์ เป็นต้นว่า


การถูกลงโทษทางกฎหมายบ้านเมือง การถูกจับกุมคุมขังให้ขาดอิสรภาพ การถูกประจานให้เสื่อมเสียเกียรติชื่อเสียง การเจ็บป่วยเรื้อรังให้ทุกข์ทรมาน การเป็นคนพิการไม่สมประกอบ การอดหยากยากแค้นในชีวิต การเป็นบุคคลล้มละลาย ฯลฯ


ประสบการณ์ชีวิตเหล่านี้ เป็นเงื่อนไขให้ท่านผู้นั้นเกิดการฉุกคิด เพื่อที่จะสำนึกให้ได้ว่า ตนนั้นเคยกระทำผิดบาปอะไรไว้ เมื่อสำนึกได้แล้วก็จะบอกตนเองได้ว่า ต่อไปตนจะไม่กระทำผิดบาปเช่นว่านั้นอีก ความมีสำนึกเหล่านี้เท่านั้น จึงจะช่วยให้ท่านจิตใสใจสวยขึ้นมาได้

ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงเตือนท่านทั้งหลาย ที่พยายามเข้าไปวุ่นวายกับ "จิตใต้สำนึก"

ด้วยเรื่องของ NLP ว่าอย่าเข้าไปแตะต้อง เพราะมีแต่เสียหายใหญ่หลวงในบั้นปลาย เนื่องจากพลังทางจิตวิญญาณจะเสื่อม อีกทั้งจะเสียโอกาสในการแก้ไขจิตสามนึก ที่ท่านยังบกพร่องอยู่อีกด้วย


การเข้าร่วมอบรมด้วยกระบวนการไซโคโชว์ ก็เป็นช่องทางพิเศษที่ท่านเลือกได้อีกทางหนึ่ง ที่พระบิดาทรงเปิดโอกาสให้ท่าน บำบัดจิตสามนึกที่ยังบกพร่องกับ "ครู" ผู้กลับมาช่วยเหลือท่านจนถึงที่ แทนที่จะเรียนรู้เพื่อการแก้ไขตนเองอยู่ที่บ้าน โดยไม่รู้ว่าสอบตกหรือสอบผ่าน โดยขาดการชี้แนะแนวทางและแนวธรรม


สำหรับกรรมหนักๆที่ทำให้จิตวิญญาณ เกิดการเสียสมดุลมากๆนั้น ก็จะต้องลงนรกในชั้นที่ลึกลงไปเรื่อยๆ ซึ่งมันจะต้องใช้กุศโลบายที่เร่าร้อนรุนแรง ในวิธีการบำบัดรักษาที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเป็นนรกชั้นที่ลึกมากเท่าใด วิธีการบำบัดที่ใช้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น


5. การลงไปบำบัดรักษาจิตวิญญาณในนรกนั้น แต่ละชั้นหรือแต่ละขุมจะต้องใช้เวลานานเท่าใด มันขึ้นอยู่กับว่าจิตวิญญาณที่ป่วยนั้น มีสำนึกที่ถูกต้องเพื่อคืนค่าสมดุล ในการสั่นสะเทือนของตนเองได้เร็วหรือช้า


ถ้าจิตวิญญาณนั้น "สำนึกผิด" ได้เร็ว จิตวิญญาณก็จะคืนสู่สมดุลในกรณีนั้นได้เร็ว ก็จะสามารถข้ามผ่านนรกชั้นนั้นได้ เพื่อเดินทางต่อไปยังชั้นที่ลึกกว่า ในการบำบัดรักษาอาการเสียสมดุลกรณีอื่น ที่ป่วยหนักกว่าต่อไปอีก แต่ถ้าไม่มีอาการป่วยอีกแล้ว จิตวิญญาณนั้นก็จะสามารถพ้นจากนรก ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้ นั้นคือย้อนกลับสู่การเกิดใหม่ในชาติใหม่ต่อไป


พี่ๆ น้องๆ ที่รักทั้งหลาย


คนที่โกหกจนเป็นนิสัย ใครที่ดื้อรั้นดันทุรัง ใครที่เป็นคนไม่ยอมรับความจริง ในสิ่งผิดบาปของตนเอง ใครเป็นคนชอบแก้ตัวแทนการแก้ไข


ผู้ที่มีจริตพิสัยแบบนี้ จะตกนรกนานเป็นพิเศษ


ดังนั้น จิตวิญญาณท่านใดที่ยังนิพพานนรกไม่ได้ อย่าหมายเลยว่าจะ "หลุดพ้น" ไปจากเอกภพ เพราะท่านยังมีหน้าที่บำบัดอาการป่วย อันเกิดจากการเสียสมดุลของจิตวิญญาณ ให้คืนสู่สมดุลดังเดิมก่อน


ไม่มีคนป่วยคนไหนหรอก ที่หมอจะยอมให้กลับบ้านได้ ทั้งๆ ที่คนป่วยรายนั้นยังมีอาการป่วยหนักอยู่


เอเมน สาธุ ป.วิสุทธิปัญญา 30-8-2018

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว