ค้นหา

คำสอน 6 พฤษภาคม 2016 เวลา 09:24 น.












(2) พลังงานขยะจากจิตไร้สำนึกมนุษย์

***************************************

พลังงานขยะ หมายถึง พลังงานของจิต

ที่ท่านทั้งหลายผลิตสร้างมันขึ้นมา

ด้วยอารมณ์หยาบๆในชีวิตประจำวัน


ซึ่งอารมณ์หยาบๆ ทั้งหลายนี้

ยังเป็นตัวขับเคลื่อน "พฤติกรรมขยะ"

ในรูปของการแสดงออกหรือการกระทำรายวัน

ที่ผู้อื่นไม่พึงประสงค์หรือไม่พอใจอีกด้วย


"พลังงานขยะ" จากจิตไร้สำนึกของพวกท่าน

จะอยู่ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็ก

ซึ่งมีอำนาจทางไฟฟ้าเป็นลบ


เมื่อใดก็ตามที่จิตของท่าน

สั่นสะเทือนเป็นอารมณ์รู้สึกด้านลบขึ้นมา

จำพวกโกรธ เกลียด เคียด แค้น

หงุดหงิด อิจฉา ริษยา หวาดระแวง

ลังเล สงสัย หมั่นไส้ หวาดกลัว เศร้าหมอง ฯลฯ

กลไกต่อมไร้ท่อในเครื่องยนต์แห่งกรรมของท่าน

ก็จะทำการผลิตสร้างพลังงานไฟฟ้าด้านลบ

เหวี่ยงออกมาภายนอกทันที

ซึ่งหมายถึง "พลังงานขยะ" ที่เรากล่าวไว้นั่นเอง


เมื่อพลังงานขยะถูกเหวี่ยงออกมา

ในขณะที่ท่านมีอารมณ์ไม่สมดุลอยู่นั้น

อีเล็คตรอนอิสระซึ่งมีอำนาจทางไฟฟ้าเป็นลบ

ที่เป็นคุณสมบัติของคลื่นพลังงานขยะนี้

ก็จะถูกโปรยออกมาทิ้งเอาไว้

บนโครงข่ายสนามแม่เหล็กโลก

ในชั้นบรรยากาศเหนือพื้นที่ถิ่นอาศัยนั้น


ถ้าพวกท่านขยันผลิตสร้างพลังงานขยะของจิต

เพราะสภาวะจิตขาดสมดุลทางอารมณ์รู้สึกมาก

อีเล็คตรอนอิสระในชั้นบรรยากาศในพิกัดนั้น

ก็จะถูกสะสมเอาไว้เป็นปริมาณมากด้วยเช่นกัน


มันจะยังผลให้มีการรวมตัวกันของความชื้น

เกิดเป็นมวลหมู่เมฆสีเทาดำซึ่งเป็นเมฆสกปรก

จนต้องมีการทำลายทิ้งด้วยวิธีพิเศษ

เช่น เกิดเป็นฟ้าผ่าลงมาสู่ดิน

เพื่อทำให้สนามพลังงานในบรรยากาศเป็นกลาง


การเกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนองตกลงมาสู่ดิน

การเกิดพายุหิมะ การเกิดพายุลูกเห็บ

และการเกิดพายุหมุนแบบต่างๆ เป็นต้น


ดังนั้น

ในการชำระโลกครั้งที่ 4 ขององค์จิตจักรวาลนี้

จึงต้องทำการชำระมวลอนุภาคขยะเหล่านี้

ให้มีความเป็นกลางทางไฟฟ้าด้วย

เพราะจากการตรวจวัดค่าของช่างเท็คนิกพบว่า

ในปัจจุบันนี้อนุภาคอีเล็คตรอนอิสระ

ที่สั่งสมอยู่ในชั้นบรรยากาศระดับเมฆทั่วโลก

มันมีมากเกินพิกัดที่พระบิดาทรงกำหนดไว้


จึงยังผลให้สนามพลังงานในระบบโลก

ขาดความเป็นสุญญตา

คือ ไม่เป็นกลางทางไฟฟ้า

ซึ่งนำไปสู่การมีท้องฟ้าสกปรกจนแลดูน่ากลัว

แทนที่ท้องฟ้าจะมีแต่แสงสีทองผ่องอำไพ


ท่านทั้งหลายจักต้องรู้ว่า

การเปิดแง้มประตูมิติออกบ้างในบางเวลา

ด้วยวิธีการเพิ่มหรือลดค่า

ความเข้มสนามแม่เหล็กโลก

เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้ากรรมนายเวรของท่าน

ได้เข้ามาทำหน้าที่ช่างเท็คนิกประจำโลก

โดยนำเอามวลประจุลบมากมายมาใช้บ้าง


หรือให้ช่างเท็คนิกจากนอกระบบ

เข้ามาทำการม้วนกวาดมวลเมฆเป็นรูปท่อ

เพื่อห่อหุ้มประจุลบสกปรกเอาไปทิ้งทะเลบ้าง


วิธีการเหล่านี้ คือ หนทางชำระก้อนเมฆสกปรก

เพื่อทำให้ท้องฟ้าของพระบิดาสะอาดหมดจด

ในแผนปฏิบัติการชำระโลกระยะต้นเท่านั้น


ต่อนี้ไปการชำระขยะพลังจิตของมนุษย์

จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นจากเดิม

มวลเมฆสกปรกในระบบโลก

จะถูกแรงบีบอัดของพลังบวกจากนอกระบบ


แหล่งสำคัญคือจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

ด้วยพลังงานรวม 1 ใน 3 ของแต่ละดวงที่มีอยู่

จะทำให้มวลเมฆสกปรกทั้งหลาย

เคลื่อนตัวต่ำลงมาเข้าใกล้พื้นโลกมากยิ่งขึ้น

ลักษณะเช่นนี้ไม่ผิดความจริงนักหรอกนะ

ที่โบราณเตือนว่า "อย่าดึงฟ้าต่ำ"

พวกท่านจะต้องได้แลเห็นมายานี้แน่นอน


ดังนั้น

เราจึงใคร่แนะนำพวกท่านว่า

อำนาจด้านลบจากมวลเมฆสกปรกเหล่านี้

พวกท่านจงอย่าพยายามสร้างมันออกมาเพิ่ม

โดยดำเนินชีวิตประจำวันด้วยกิเลสตัณหา

ด้วยการใช้อารมณ์ขยะเพราะไร้สติ


นอกจากนั้นก็ให้ระวังเอาไว้ด้วยว่า

สนามพลังงานที่เป็นลบมากๆ เหล่านี้

มันไม่มีผลดีต่อประตูมิติ

ในเครื่องยนต์แห่งกรรมของท่านเลย

เพราะมันจะทำให้ท่านใช้ปัญญาไม่ได้

เนื่องจากท่านจะสติแตกง่ายจนเกินปกติ

ท่านจะกลายเป็นคนสองบุคลิกคือ

ยามดีก็ดีใจหาย ยามร้ายก็ร้ายเกินคน


เราเตือนพวกท่านแล้ว

ท่านจะเชื่อไม่เชื่อเป็นเรื่องของท่าน

เพราะมันล้วนเป็นความรู้ใหม่ที่ท่านไม่รู้ว่าไม่รู้

เพราะไม่มีอยู่ในตำราวิทยาศาสตร์โลก


หากไม่เชื่อก็จงผ่านเลยไปเสีย

อย่าก้าวล่วงพระบิดาและเราเลย

กฎแห่งกรรมนั้นมีจริง...


เอเมน สาธุ

ป.วิสุทธิปัญญา

6-05-2016

ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

ดีเอ็นเอในสิ่งมีชีวิตจากต่างเผ่าดาวเปรียบเหมือน เครื่องยนต์ที่ใช้พลังไฟแค่ 110 โว้ลต์เท่านั้น ถ้าขืนเข้ามาอยู่ในระบบโลกเครื่องยนต์จะพัง จนตัวเขาต้องตายเพราะพลังไฟฟ้า ของโลกแรงขนาด 220 โวลต์

สนามแม่เหล็กโลกที่แข็งแกร่งใช้เป็นรั้วป้องกันศัตรู จากนอกโลกได้ แต่ถ้ามนุษย์ถูกหลอกให้เสพติดกิเลสรั้วก็ จะอ่อนแอทันที เพราะรั้วที่แข็งแรงต้องสร้างด้วยความรักเท่านั้น บัดนี้แผนการศัตรูบรรลุผลเกินครึ่งแ

มนุษย์เปรียบเหมือนฝูงปลาในสระใหญ่คือโลก ที่พระบิดาทรงสร้างอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อมแล้ว ใยแค่คนตกปลาที่เป็นศัตรูเอาเบ็ดพร้อมเหยื่อปลอมโยนลงมา ก็พากันรีบงับทันทีโดยไม่กลัวตายไร้สติเสียแล้ว